BEOGAMING

หากจะพูดถึงทีมยักษ์ใหญ่ แห่งแดนกระทิงดุแล้วละก็ แฟนๆหลายคน คงจะนึกถึงสโมสร เรอัลมาดริด,แอตเลติโก มาดริด หรือ แม้กระทั้ง เจ้าบุญทุ่มบาร์เซโลนา

BEOGAMING : ซึ่งต่างก็สลับผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนกัน ขึ้นครองความยิ่งใหญ่ ในศึกลาลีกา สเปน มานานนับศตวรรษ แต่ในช่วงกลางฤดูกาล 2020-2021 เป็นตราหมี ที่ติดปีกทะยาน ขึ้นครองจ่าฝูง ได้อย่างสง่างาม ทิ้งอันดับ 2 อย่างบาร์โลนา และ ที่ 3 อย่าง ราชันย์ชุดขาว เรอัลมาดริด แบบชนิดไม่เห็นฝุ่น ซึ่งดูแล้ว ก็ไม่ไกลเกินฝันจริงๆ สำหรับทัพตราหมี แอตเลติโกมาดริดในฤดูกาลนี้

ส่วนทางแชมป์เก่านั้น สถานการณ์ในฤดูกาลนี้ ก็ค่อนข้างจะไม่เป็นใจเอาเสียเลย เมื่อพลาดแต้มสำคัญในหลายๆนัด

ทำให้เกิดช่องว่างของคะแนนอย่างน่าทึ่ง ถึงแม้กุนซือหัวใสอย่าง ซีเนดีน ซีดาน เข้ามาปรับทัพแล้วก็ตาม แต่เส้นทางในศึกลาลีกา ในซีซั่นนี้ยังน่าเป็นห่วงไม่น้อย

และ ข้ามฝากมาที่แคว้นคาตาลันอย่างบาร์เซโลนา ที่ดูเหมือนว่าจะหนักกว่าใครเพื่อน ทั้งปัญหาภายใน ปัญหาภายนอกนั้น เล่นงานอย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งเรื่องที่ยังคาราคาซังกับบอร์ดบริหาร และ มีปัญหากับนักเตะซุปเปอร์สตาร์อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ที่ดูแล้วอนาคตในถิ่นคัมป์นูนั้น ยังไม่แน่นอน

หากจะให้มองชุดตัวผู้เล่น ของบาร์เซโลนา ในฤดูกาลนี้แล้วนั้น หลายๆคนก็ยังไม่กล้าจะฟันธงได้ว่าปีนี้ จะสามารถคว้าแชมป์ ให้แฟนๆเจ้าบุญทุ่ม ได้สมหวังหรือเปล่า มีเพียงเมสซี่เท่านั้นที่ยังพอไว้วางใจในตัวเขาได้ 

ซึ่งถ้าหากเราลองมองย้อนกลับไปในยุคสมัยที่บาร์เซโลนารุ่งเรืองสุดขีดภายใต้การบัญชาของ เปป กวาดิโอลา BEOGAMING

ที่พาสโมสรเลือดหมูน้ำเงินกดไปถึง6แชมป์ในปีเดียว โดยตัวผู้เล่นหลักๆประกอบไปด้วย การ์เลส ปูโยล ,เซร์คิโอ บุสเกสต์,เคราร์ด ปิเก้,ชาบี เฮอร์นันเดซ,อันเดรียส อิเนียสต้า และ ลิโอเนล เมสซี่

โดยนักเตะชุดนี้ล้วนเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข ของบาร์เซโลนาอย่างแท้จริง เพราะว่าพวกเขาก้าวขึ้นมา จากศูนย์ฝึกเยาวชนที่ยิ่งใหญ่อย่าง ลามาเซีย ซึ่งเป็นศูนย์บ่มเพาะ DNA ลูกหนังของสโมสรบาร์ซ สถาบันแห่งนี้ มีส่วนทำให้นักเตะ ที่เข้ารับการฝึก ได้ซึมซับปรัชญา ของสโมสรอย่างถ่องแท้ 

ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ แถบจะไม่มีนักเตะดาวรุ่ง ที่มาจากศูนย์ฝึกแห่งนี้ ส่วนนักเตะรุ่นพี่ ต่างมีสังขารที่ร่วงโรยกันไปบ้างแล้ว ตามกาลเวลาที่หมุนไป ส่วนหนึ่งที่ทำให้ ลามาเซีย นั้นเริ่มหายไป อาจจะเป็นการบริหารงาน ที่ผิดพลาด หรือ อะไรก็ตามแต่ ซึ่งอาจจะทำให้ความเป็นเอกลักษณ์ ของบาร์เซโลนานี้เริ่มถดถอยไป 

เจ้าบุญทุ่ม กลับเปลี่ยนปัชญา ที่เคยมีหันไปเอาดี ในการเสริมซูเปอร์สตาร์ราคาแพง เข้ามาสู่ทีม

แทนที่จะพัฒนาดาวรุ่งขึ้นสู่ทีม ทำให้นักเตะในศูนย์ฝึกลามาเซีย ไม่มีพื้นที่ในการลงสนาม จึงได้ทำการย้ายไปโด่งดัง กับสโมสรอื่นแทน

BEO369 ลามาเซีย เปรียบดั่งจิตวิญญาณของบาร์เซโลนา ซึ่งถ้าหลงลืมในสิ่งนี้ไปก็คงจะไม่ใช่เจ้าบุญทุ่มอย่างแท้จริง อย่างที่โยฮัน ครัฟฟ์เคยกล่าวไว้ว่า “ไม่มีเหรียญรางวัลใดยิ่งใหญ่ไปกว่าการสรรเสิรญความเป็นตัวเอง” ซึ่งศูนย์แห่งนี้ ก็มาจากแนวคิดของยอดตำนานคนนี้ และ เป็นผู้ปลูกถ่ายปรัชญาต่างๆ,วางโครงสร้างให้ศูนย์ฝึกแห่งนี้ ซึ่งเปรียบเหมือนเป็นกระดูกสันหลัง ของสโมสรชุดใหญ่เลยก็ว่าได้

ลามาเซียถือกำเนิดขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม 1979 จากการนำเสนอโครงการของ โยฮัน ครัฟฟ์ โดยมีความประสงค์ ที่จะรื้อระบบเยาวชนของทีมใหม่ทั้งหมด และ ถ่ายทอดปรัชญาจากประสบการณ์ลูกหนัง ของเขาให้แก่เยาวชนรุ่นหลัง ได้เรียนรู้ เพื่อที่จะก้าวเป็นนักเตะระดับโลกในอนาคต สิ่งหนึ่งเลยที่เขามีบทบาท เข้ามาปรับเปลี่ยนเลย คือ การผลักดันดาวรุ่ง ที่ฉายฟอร์มโดดเด่น ป้อนเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ และ ให้สโมสรนั้นหยุดทุ่มเงินซื้อสตาร์ดังเข้ามาร่วมทีม

ซึ่งปัจจุบันการบริหาร งานที่ผ่านมาของสโมสรนั้น กลับกลายทำผิดปรัชญาซะเอง ทุ่มเงินก้อนโต กระชากนักเตะดาว ดังจากต่างแดนมาเสริมทัพมากมาย แต่จนแล้วจนรอดฟอร์มการเล่น ของแต่ละคน ก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร และ ไม่สามารถพาเจ้าบุญทุ่มผงาด เป็นเจ้าแห่งวงการลูกหนังสเปน เหมือนกับในอดีตที่เคยเป็นมา

และ ที่สำคัญในฤดูกาล 2019 พวกเขายังเสียแชมป์ให้กับ เรอัลมาดริดคู่รักคู่แค้น ตลอดกาลของพวกเขาเสียด้วย คงต้องรอดูกันว่าปัญหา ภายในทีมของเจ้าบุญทุ่ม จะจบลงอย่างไร และ การบริหารงานในส่วนของศูนย์ฝึก ลามาเซีย จะกลับมาคืนชีพได้หรือไม่ โค้ชคนใหม่ของเจ้าบุญทุ่ม จะทำให้สโมสรอันทรงเกียรตินี้ กลับมาเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง หรือไม่คงต้องติดตามกันต่อไป

ขอบคุณเนื้อหาจาก : BEOGAMING

เขียนโดย : lardecoracao