BEOGAMING

ซนฮึงมิน เกิดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 1992 นักฟุตบอลสัญชาติเกาหลีใต้ ความสูง 1.83 เมตร หรือ 6 ฟุต ตำแหน่งปีก  ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เป็นสโมสรชื่อดังในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สวมเสื้อหมายเลข 7 BEOGAMING

BEOGAMING : เส้นทางในวงการลูกหนังของหนุ่มตี๋

ซนฮึงมิน ได้รับอิทธิพลเรื่องฟุตบอลมาจากคุณพ่อ ซนวูงจัง ซึ่งเป็นอดีตนักฟุตบอลโดย ซน เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังด้วยการเข้าสู่อคาเดมี่ของสโมสร เอฟซี โซล ก่อนจะได้เข้าร่วมทีมเยาวชนของ “สิงห์เหนือ” ฮัมบูร์ก สโมสรดังของเยอรมนี ตอนอายุ 16 ปี ผ่านโปรเจคต์ Korean FA Youth Project ซึ่งเป็นโครงการที่สมาคมลูกหนังเกาหลีใต้สนับสนุนดาวรุ่งฝีเท้าดีให้ออกไปเรียนและฝึกทักษะลูกหนังกับสโมสรชั้นนำของในยุโรป ซนฮึงมิน พัฒนาฝีเท้ากับฮัมบูร์กอย่างโดดเด่น และได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพครั้งแรกตอนอายุ 18 ปี พร้อมกับได้รับโอกาสลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ของฮัมบูร์กทันที ก่อนจะยิงประตูแรกได้ในเกมที่พบกับ โคโลญจน์ ในวันที่ 30 ต.ค. 2010 และสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดของฮัมบูร์กที่สามารถยิงประตูในบุนเดสลีกาได้ด้วยวัย 18 ปี 3 เดือน 22 วัน

ฤดูกาล 2012-2013

ต่อมา ซน ได้รับโอกาสลงสนามเป็นระยะ และค่อย ๆ พัฒนาฝีมือจนก้าวขึ้นมาป็นกำลังสำคัญของฮัมบูร์ก โดยเฉพาะใน ฤดูกาล 2012-2013 ซนครองตำแหน่งดาวซัลโวประจำทีม หลังจากซัดไปถึง 12 ประตู ทำให้ “นายห้างขายยา” เลเวอร์คูเซ่น กระชากตัว ซน ไปร่วมทีมในฤดูกาลต่อมาด้วยค่าตัว 10 ล้านยูโร ซึ่งเป็นสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดของสโมสรในเวลานั้น

เลเวอร์คูเซ่น คว้าตัว ซน ไปร่วมทีม

ภายใต้สีเสื้อเลเวอร์คูเซ่น ซนยังคงผลิตสกอร์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยซัดไป 29 ลูกจาก 87 นัดในทุกรายการ ก่อนจะถูกดึงตัวมาล่าตาข่ายในพรีเมียร์ลีกกับ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส เมื่อเดือนสิงหาคม 2015 ด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร และกลายเป็นนักเตะเอเชียที่ค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ทุบสถิติเดิมของ ฮิเดโตชิ นากาตะ ที่ย้ายจาก โรม่า ไปยัง ปาร์ม่า ด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโร เมื่อปี 2001

ฤดูกาลแรกกับ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส

ต่อมาในวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 2015 เขาได้เซ็นสัญญากับ สโมสรทอตนัมฮอตสเปอร์ สโมสรจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ (30 ล้านยูโร) หรือประมาณ 886 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 3 ปี กลายเป็นนักเตะเอชัยคนแรกที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ซน ลงเล่นให้กับทีมครั้งแรก ในเกมที่พบกับ ซันเดอร์แลนด์ โดยลงมาแทน แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ในนาทีที่ 62 และจบเกมด้วยผล 1-0 โดยเป็นประตูแรกของเขาในพรีเมียร์ลีก เกิดขึ้นในเกมที่พบกับ คริสตัลพาเลซ เมื่อวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2015 ซึ่งในปัจจุบัน ซน ก็ยังคงทำหน้าที่ให้กับสโมสร ทอตนัมฮอตสเปอร์ ได้อย่างดีเยี่ยม เกมที่เขาลงเล่นทั้งหมด 227 นัด ทำได้ 84 ประตู และในฤดูกาล 2018-2019 เขาก็สามารถพาทีมไปคว้ารองชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก และ ซน ยังติดทีมชาติเกาหลีใต้ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ตั้งแต่ปี 2008-2009 และได้ลงเล่นทั้งหมด 10 นัด ทำประตูได้ทั้งหมด 3 ประตู สามารถพาทีมชาติระดับเยาวชน คว้าเอเซียนเกมส์ ของปี 2018 และฟุตบอลเอเชียเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี รอบรองชนะเลิศ 2008 ต่อมาเล่นให้กับทีมชาติเกาหลีใต้ ตั้งแต่ปี 2010 จนถึงปัจจุบัน และลงเล่นไปแล้ว 87 นัด ทำได้ 26 ประตู และพาทีมคว้าทีม เอเชียนคัพ รอบรองชนะเลิศ ในปี 2015 อีกด้วย

ผลงานในบ้านเกิด

ซน ลงเล่นให้กับทีมชาติเกาหลีใต้ชุดใหญ่นัดแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2010 ในขณะที่เจ้าตัวเพิ่งอายุ 18 ปีเท่านั้น และมีชื่อติดเป็นหนึ่งในขุนพลโสมขาวมาตลอดนับตั้งแต่นั้นมา

ซน มีส่วนร่วมกับฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ใหญ่กับเกาหลีใต้ทั้ง ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ซึ่ง ซน ยิงได้หนึ่งประตูในเกมที่พ่าย แอลจีเรีย 2-4 จากนั้น ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย หัวหอกจากสเปอร์สยิงไป 2 ประตู โดยเฉพาะนัดสุดท้ายรอบแรก ซึ่ง ซน ช่วยยิงหนึ่งเม็ด พาทีมโสมขาวชนะเยอรมนี 2-0 ไปแบบพลิกล็อคช็อกแฟนบอลทั่วโลก นอกจากนี้ ซน เป็นหนึ่งในแข้งโควต้าอายุเกินที่ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดโอลิมปิก ไปลุยศึกลูกหนัง โอลิมปิก 2016 ที่บราซิล ซึ่ง ซน ยิงไป 2 ประตูในรอบแรก ช่วยให้เกาหลีใต้คว้าแชมป์กลุ่ม ก่อนจะไปตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย หลังพ่ายต่อฮอนดูรัส 0-1

ส่วนอีกหนึ่งผลงานในทีมชาติของ ซน คือ การคว้าเหรียญทอง เอเชียนเกมส์ 2018 ที่อินโดนีเซีย ด้วยการเอาชนะ ญี่ปุ่น 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษของเกมรอบชิงชนะเลิศ

BY : BEOGAMING

Make by : BEO369